หน้าหลัก โครงการ ข่าวสาร บทความ คำบันดาลใจ
เมนู
เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ร่วมโครงการ

เช็ค 10 เหตุการณ์ เจอแบบนี้ทีไรเงินไม่มีเหลือทุกที

17 พ.ค. 2560

เวลาเปิดกระเป๋าสตางค์แล้วไม่เจอเงิน ในเวลานั้นเราจะชอบตกใจกันว่า เงินหายไปไหน
ไปทำหล่นที่ไหนหรือเปล่าแต่พอเริ่มมีสติแล้วคิดทบทวน ชนิดที่ค่อยๆไล่เรียงเหตุการณ์
คุณก็จะพบว่า สาเหตุที่ทำให้เงินของคุณหายไปมันมักจะหายไปในช่วงเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นคล้ายๆหรือซ้ำๆกันนั่นเอง

วันนี้เราเลยมาลิสเหตุการณ์ยอดฮิต ที่เชื่อว่า นี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้เงินในกระเป๋าสตางค์
ของคุณหายไป

1. ป้ายเซลล์สีแดงตัวเบ้อเริ่ม
เหตุการณ์แบบนี้ถ้าใจไม่แข็งจริง จะให้เดินผ่านไปเฉยๆมันก็ยากเหลือเกิน สีแดงฉูดฉาดนั้นที่ระบุเปอร์เซ็นที่ลด
มันทำให้เราต้องขอเข้าไปดูสักหน่อย แต่จนแล้วจนรอดเสียเวลามาขนาดนี้ ก็ต้องมีของติดมือกลับบ้านกันสักหน่อยนะ
นั่นล่ะ มันกำลังดูดเงินของคุณไปแล้ว!!

2. เปิดช่องทีวีช็อปปิ้งทิ้งไว้
บางทีอยู่บ้านไม่รู้จะดูอะไร หลายคนก็จะเลือกเปิดช่องช็อปปิ้งแช่ไว้ จะบอกว่านี่แหละอันตรายต่อเงินในกระเป๋ามากกกกก
เพราะด้วยสินค้าที่ดูแตกต่างจากข้างนอกที่เราเจอๆกัน บวกกับการนำเสนอผ่านพิธีกรที่พูดจาฉะฉาน
มันทำให้เราเคลิ้มได้ไม่ยากเลย รู้ตัวอีกทีก็กดสั่งไปซะแล้วล่ะ

3. รับสินค้าทดลอง
เคยเจอมั้ย เวลาเราไปเดินที่ห้างสรรพสินค้าแล้วจะมีพนักงานเดินเข้ามายื่นตัวอย่างสินค้าให้เราลองใช้ นั่นล่ะ พอได้ใช้ปุ๊ป
ก็เกิดอาการอยากได้ทันที เพราะฉะนั้น อะไรที่ไม่ได้อยู่ในลิสที่กำลังจะซื้อ ก็อย่าได้เข้าไปลองให้เกิดกิเลศเลย

4. คอลเลคชั่นใหม่
สูญเสียกันไปเท่าไหร่แล้ว กับคำว่า “มันออกใหม่แล้วนะ” จะเป็นสินค้าอะไรก็ตาม แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่เราชื่นชอบ
ต่อให้ไม่จำเป็นจะต้องใช้ เราก็จะขวนขวายไปหาเอามาครอบครอง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ต้องเรียกสติมาเยอะๆนะคะ
เพราะหลายคนหมดไปกับของคอลเลคชั่นใหม่มากกกกจริงๆ

5. ซื้ออีกชิ้นได้ลดราคา
เวลาเข้าร้านสะดวกซื้อ พนักงานจะชอบเชียร์ให้เราซื้อของอีกชิ้นได้ในราคาพิเศษ ซึ่งถามว่าเราจะใช้ของชิ้นนั้นหรือไม่
ตอบเลยว่า เกือบทั้งหมดไม่ได้ใช้ของสิ่งนั้น แต่เราจะยอมจ่ายเพียงเพราะเราเสียดายสิทธิแค่นั้นเอง
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องจัดมานะ

6. ลดราคาวันนี้เท่านั้น
เดี๋ยวนี้สินค้าหลายๆแบรนด์จะชอบใช้การลดราคาในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกต้องรีบไปซื้อ นั่นก็ใช่เลยล่ะ
เราจะรีบพุ่งตัวทันทีที่รู้ว่าของสิ่งนั้นลดในเวลาสั้นๆเท่านั้น ซึ่งถามว่าเราจำเป็นที่จะต้องซื้อของชิ้นนั้นไม่ บางทีก็ไม่จำเป็นเลยล่ะ

7. ซื้อเพราะเกรงใจ
มันจะมีบางทีที่เพื่อนๆเรามีสินค้ามาเสนอขาย ทำนองว่าให้เราช่วยซื้อ นั่นก็แน่ล่ะเราก็จะซื้อด้วยความเกรงใจ
ความสงสาร แต่ลืมคิดถึงเงินในกระเป๋าตัวเอง

8. อยากได้ของแถม
เห็นของแถมสมัยนี้ แต่ละแบรนด์นี่งัดของสวยๆเจ๋งๆมาแจกกันทั้งนั้นเลย ซึ่งแน่นอนว่าของเหล่านั้นซื้อไม่ได้โดยตรง
แต่ต้องซื้อของชิ้นหลักที่อาจมีราคาแพงกว่าของแถมที่เราอยากได้เสียอีก สุดท้ายถ้าอยากได้จริงๆ ก็ยอมจ่ายไปโดยปริยาย

9. ซื้อเพื่อสะสมแต้ม
กลยุทธ์การตลาดเดี๋ยวนี้มีอะไรให้เราตื่นเต้นเยอะจริงๆ ยิ่งการสะสมแต้มด้วยแล้ว เป็นอะไรที่ท้าทายมาก
เพราะเราต้องมุ่งมั่นในการซื้อของให้ได้จำนวนแต้มที่เขาบอกไว้ ซึ่งถ้าคิดจริงๆเงินที่จ่ายไปอาจจะซื้อของที่เราจะแลกได้เลยนะ

10. รูดไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ข้อนี้เป็นอะไรที่อันตรายที่สุด เพราะเมื่อกิเลสเกิดขึ้น แล้วระงับด้วยการรูดด้วยนั้น นั่นจะทำให้คุณหน้ามืดและหวังว่าจะได้ของสิ่งนั้น
แม้จะไม่มีเงินก็จะยอมรูดไปก่อน ซึ่งสติจะกลับมาอีกทีก็ตอนที่คุณต้องไปชำระเงินบัตรเครดิตนั่นล่ะ

นี่คือทั้ง 10 ข้อที่เป็นเหตุการณ์ดูดเงินจากกระเป๋าของเราไปแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งสุดท้ายแล้วถ้าเรารู้จักความพอดี
และเพียงพอแล้วในสิ่งที่มี เงินก็จะอยู่ในกระเป๋าของเราไปอีกนานค่ะ

 

ย้อนกลับ
แชร์เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง